Supplementary Information of Andrew’s Pitchfork Indicator - Forex

ข้อมูลเพิ่มเติมของตัวชี้วัด Andrew’s Pitchfork

0 0 Vote
Instructor

ข้อมูลเพิ่มเติมของตัวชี้วัด Andrew’s Pitchfork

ช่วงที่สี่สิบแปดของการอบรมฟอเร็กซ์

Supplementary Information of Andrew’s Pitchfork Indicator - False Buy and Sell Forex Market Signals

Supplementary Information of Andrew’s Pitchfork Indicator - Pivot Levels, Trading Signals - MT4

ยินดีต้อนรับกลับสู่การอบรมฟอเร็กซ์อย่างมืออาชีพในตลาดการเงิน สำหรับส่วนนี้เราจะพูดถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวชี้วัด Andrew’s Pitchforkความล้มเหลวของ Andrew’s Pitchfork รวมถึงเส้นตอบสนองและเส้นสัญญาณ

Supplementary Information of Andrew’s Pitchfork Indicator - Trigger, Pivot and Median Line

ความล้มเหลวใน Andrew’s Pitchfork

ในรูปแบบ Andrew’s Pitchfork หากราคาข้ามเส้น Pivotที่ 3 หลังจากที่แตะเส้นPivotที่ 1 สัญญาณซื้อจะไม่สามารถใช้ได้ในรูปแบบ Bullish หรือกล่าวได้ว่าหากราคาผ่านเส้น Pivotที่ 3 หลังจากที่แตะเส้นPivotที่ 1 สัญญาณขายจะไม่มีความน่าเชื่อถือ

อีกหนึ่งเงื่อนไขของความล้มเหลวในรูปแบบ Bullishคือหากราคาแตะเส้น Pivotที่ 3 หลังจากที่แตะเส้นPivotที่ 1 ตามด้วยคลื่นอีกลูกที่สูงกว่าเส้น Pivotที่ 3 จะทำให้การข้ามเส้นสำคัญที่ 3 ไม่สร้างสัญญาณขายใดๆ ในแนวโน้ม Bearish หากราคาเข้าใกล้เส้น Pivotที่ 3 หลังจากที่แตะเส้นPivotที่ 1 ตามด้วยคลื่นอีกลูกที่ต่ำกว่าเส้นสำคัญที่ 3 การข้ามเส้น Pivotที่ 3 จะไม่สร้างสัญญาณซื้อใดๆ

ตัวอย่าง Bearish บน MT4 แสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่ล้มเหลวอย่างแรก หลังจากที่ราคาข้ามเส้นPivotที่ 3 จะไม่มีสัญญาณขายใดๆ บนรูปแบบนี้ อีกตัวอย่างเป็นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งไม่ได้สร้างสัญญาณซื้อใดๆ หลังจากที่ราคาข้ามเส้นPivotที่ 3 และมุ่งสู่ด้านล่าง

รูปแบบความล้มแล้วที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อราคาแกว่งตัวระหว่างเส้นPivotที่ 3 และ 1 ตามด้วยการขยับราคาเข้าหาเส้น Trigger ในแนวโน้ม Bullish หากราคาไม่ข้ามเส้น Triggerแต่กลับตัวไปยังจุดยอดและแตะเส้น Pivotที่ 3 แม้ว่าสุดท้ายแล้วราคาข้ามเส้น Triggerไปยังด้านล่าง สัญญาณขายจะไม่สามารถใช้การได้หรือไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป ในรูปแบบ Bearish หากราคาไม่ข้ามเส้น Triggerแต่กลับตัวลงด้านล่างและแตะเส้น Pivotที่ 3 แม้ว่าราคาได้ผ่านเส้น Triggerและมุ่งเข้าหาจุดยอด สัญญาณซื้อจะไม่เป็นจริงหรือไม่มีความน่าเชื่อถือ

ตัวอย่าง Bullish แสดงให้เห็นว่าประเภทความล้มเหลวที่ 3 ไม่ได้เกิดขึ้น ดังนั้น สัญญาณขายไม่สร้างขึ้นหลังจากที่ราคาได้ข้ามเส้น Trigger

ความล้มเหลวที่ 4 บนรูปแบบ Andrew’s Pitchfork เกิดขึ้นเมื่อราคาข้ามเส้น Trigger แล้วกลับตัวมาที่เส้น ในแนวโน้ม Bullish หากราคาผ่านเส้น Trigger ไปยังล่างและย้อนกลับทิศทางไปยังด้านบน หลังจากข้ามเส้น Trigger ตามด้วยแนวโน้มแบบกลับตัว แม้ว่าราคาลดลงต่ำกว่าเส้น Trigger สัญญาณขายจะไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป ในแนวโน้ม Bearish หากราคาผ่านเส้น Trigger ขยับไปยังด้านบนและกลับทิศทางไปยังล่าง หลังจากข้ามเส้น Trigger ตามด้วยแนวโน้มกลับตัว แม้ว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าเส้น Trigger สัญญาณซื้อจึงไม่สามารถเชื่อถือได้อีก ในตัวอย่างก่อนหน้านี้ แท่งเทียนอาจเกิดขึ้นเหนือเส้น Trigger ดังนั้นสัญญาณขายจะใช้การได้

Andrew’s Pitchfork ขนาดเล็กในรูปแบบหลัก

หากรูปแบบ Andrew’s Pitchfork ที่เล็กกว่าเกิดขึ้นในรูปแบบ Andrew’s Pitchfork อีกอันจะมีข้อได้เปรียบดังนี้

  • SL จะลดลง
  • TP จะเพิ่มขึ้น
  • อีกหนึ่งการยืนยันบนสัญญาณที่ได้กำหนดไว้

รูปแบบ Bearish ขนาดเล็กก่อตัวขึ้นในรูปแบบ Bearish หลัก ขณะที่รูปแบบ Bullish ขนาดเล็กจะอยู่ในรูปแบบ Bullish ที่มีขนาดใหญ่กว่า รูปแบบขนาดเล็กสามารถตรวจพบได้ในไทม์เฟรมที่สั้นกว่า

Supplementary Information of Andrew’s Pitchfork Indicator - Candlestick Pattern Confirmation

ในตัวอย่างจะแสดงวิธีหารูปแบบที่เล็กกว่า บนแนวโน้มแบบขาลง สัญญาณซื้อได้เกิดขึ้น หากผู้เทรดเลือกไทม์เฟรมที่สั้นกว่าจะมีรูปแบบ Andrew’s Pitchfork ขนาดเล็กเกิดขึ้นมาอีกอันพร้อมด้วยแนวโน้มขาลง หลังจากที่ผ่านเส้น Trigger แล้วขยับเข้าหาด้านบน สัญญาณซื้อได้เกิดขึ้น และผู้เทรดควรวางคำสั่งซื้อที่มีราคา SL ใต้คลื่นอันสุดท้าย หลังจากมีความผันผวนเล็กน้อย ราคาได้แตะระดับราคา TP ที่ต้องการ และยังคงทิศทางแนวโน้มขาขึ้นโดยขยับเข้าหาราคา TP ของรูปแบบหลัก

Supplementary Information of Andrew’s Pitchfork Indicator - Warning Line for Bullish and bearish Trading Signal

เส้นสัญญาณ

ในรูปแบบ Andrew’s Pitchfork ผู้เทรดสามารถวัดระยะระหว่างเส้น Pivot ที่ 3 และ 1 ซึ่งเรียกว่า “R” ในประเภท Bullish สามารถลากเส้นขนาน 3 เส้น ใต้เส้น Pivot ที่ 3 สำหรับในแนวโน้ม Bearish สามารถวางเส้นขนาน 3 เส้น สูงกว่าเส้น Pivot ที่ 3 ซึ่งช่องว่างระหว่างแต่ละเส้นจะเท่ากับ R แต่ละเส้นอาจมีผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด

เส้นตอบสนอง

หากว่าจุด Pivotที่ 2 และ 3 เชื่อมกันโดยเส้น สามารถวัดระยะของทิศทางระหว่างเส้นนี้และเส้น Pivotที่ 1 ได้ ซึ่งเรียกว่า L เส้นขนาน 3 เส้น ที่มีเส้นระหว่างจุด Pivotที่ 2 และ 3 สามารถวางพร้อมกับรูปแบบด้วยระยะ L สมมติว่าราคาตลาดจะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มใกล้กับเส้นเหล่านี้ เช่น การวาดรูปแบบบนแนวโน้มขาลง

บนแพลตฟอร์ม MT4 มีการวาดรูปแบบขา และผู้เทรดสามารถกำหนดเส้นสัญญาณได้โดยการวางรูปแบบที่คัดลอกไว้ด้านบน เส้นที่ 1 ของรูปแบบที่คัดลอกมาบนเส้นที่ 3 ของรูปแบบหลัก เมื่อราคาเพิ่มขึ้น เส้นที่ 2 ของรูปแบบที่คัดลอกไม่ได้มีผลกระทบมากนัก และราคามีความผันผวนเมื่อแตะเส้นที่ 3

Supplementary Information of Andrew’s Pitchfork Indicator - Respond Line Trading Strategy

ในอีกตัวอย่าง ผู้เทรดสามารถลากเส้นแนวโน้มเพื่อเชื่อมกับจุด Pivot ที่ 2 และ 3 จากนั้นทิศทางของเส้นแนวโน้มโดยตรงควรวางระหว่างเส้นนี้และจุด Pivot ที่ 1 ซึ่งเรียกว่า “L” ผู้เทรดควรคัดลอกและวางเส้นแนวโน้ม “L” โดยกด CTRL ค้าง + ดับเบิ้ลคลิกบน “L” เส้น “L” ที่ซ้ำกัน 4 เส้น จะวางอยู่บนเส้น Pivot ที่ 1 หลังจากการเชื่อมต่อระหว่างจุด Pivot ที่ 2 และ 3 แนวโน้มราคาตลาดไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงใดที่สำคัญบน L1 และ L3 โดยมีราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่าเส้น Pivot ที่ 2 และกลับตัวบนเส้น Pivot ที่ 1 บน L2

เส้นสัญญาณและเส้นตอบสนองไม่ได้รับประกันว่าจะมีความเคลื่อนไหวของแนวโน้ม ผู้เทรดต้องพิจารณาด้วยตัวเองว่าเป็นจุดที่มีประสิทธิภาพบนแนวโน้มของราคาตลาดหรือไม่

สำหรับส่วนนี้จบลงเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ในการอบรมส่วนอื่นๆ ขอให้โชคดี

Comments

Copyright © 2011-2021 PFOREX.COM | Professional Forex School | Cashback and Rebates